Personal Protective Equipment (อุปกรณ์ป้องกันอันตราย : PPE)
อัพเดทล่าสุด: 11 พ.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม

ทำไมต้องใช้ PPE
การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ปฏิบัติงานทุกคน ด้วยเหตุผลดังนี้
1. ป้องกันอันตราย
อุปกรณ์ PPE เป็นสิ่งที่ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน เช่น การตก, การโดนกระแทก, การสูดดมสารเคมี, การสัมผัสเชื้อโรค, ความร้อน, และของมีคม
การเลือกใช้อุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสมจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
- ป้องกันอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย
- ป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาว
- ลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
- เพิ่มความมั่นใจในการทำงาน
2. ปฏิบัติตามกฎหมาย
เป็นข้อบังคับตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน (OSHA/กฎหมายแรงงาน) เพื่อให้สถานที่ทำงานมีความปลอดภัย
ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 22 ที่ระบุว่า
“ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและดูแลรักษาอุปกรณ์ตามวรรคหนึ่งให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน ในกรณีที่ลูกจ้างไม่สวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าว ให้นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดการทำงานนั้นจนกว่าลูกจ้างจะสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าว”
ประเภทของ PPE ที่พบบ่อย :
- ป้องกันศีรษะ : หมวกนิรภัย
- ป้องกันตาและใบหน้า : แว่นตานิรภัย (Safety Glasses/Goggles), กระบังหน้า (Face Shield)
- ป้องกันระบบทางเดินหายใจ : หน้ากากกันฝุ่น (Mask), หน้ากากกันสารเคมี (Respirator)
- ป้องกันหู : ที่อุดหู (Earplugs), ที่ครอบหู (Earmuffs)
- ป้องกันมือ : ถุงมือชนิดต่างๆ (ถุงมือหนัง, ถุงมือกันสารเคมี)
- ป้องกันเท้า : รองเท้านิรภัย (Safety Shoes)
- ป้องกันร่างกาย : ชุดป้องกันสารเคมี, ชุดหมี, เสื้อกั๊กสะท้อนแสง
การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ปฏิบัติงานทุกคน ด้วยเหตุผลดังนี้
1. ป้องกันอันตราย
อุปกรณ์ PPE เป็นสิ่งที่ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน เช่น การตก, การโดนกระแทก, การสูดดมสารเคมี, การสัมผัสเชื้อโรค, ความร้อน, และของมีคม
การเลือกใช้อุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสมจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
- ป้องกันอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย
- ป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาว
- ลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
- เพิ่มความมั่นใจในการทำงาน
2. ปฏิบัติตามกฎหมาย
เป็นข้อบังคับตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน (OSHA/กฎหมายแรงงาน) เพื่อให้สถานที่ทำงานมีความปลอดภัย
ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 22 ที่ระบุว่า
“ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและดูแลรักษาอุปกรณ์ตามวรรคหนึ่งให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน ในกรณีที่ลูกจ้างไม่สวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าว ให้นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดการทำงานนั้นจนกว่าลูกจ้างจะสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าว”
ประเภทของ PPE ที่พบบ่อย :
- ป้องกันศีรษะ : หมวกนิรภัย
- ป้องกันตาและใบหน้า : แว่นตานิรภัย (Safety Glasses/Goggles), กระบังหน้า (Face Shield)
- ป้องกันระบบทางเดินหายใจ : หน้ากากกันฝุ่น (Mask), หน้ากากกันสารเคมี (Respirator)
- ป้องกันหู : ที่อุดหู (Earplugs), ที่ครอบหู (Earmuffs)
- ป้องกันมือ : ถุงมือชนิดต่างๆ (ถุงมือหนัง, ถุงมือกันสารเคมี)
- ป้องกันเท้า : รองเท้านิรภัย (Safety Shoes)
- ป้องกันร่างกาย : ชุดป้องกันสารเคมี, ชุดหมี, เสื้อกั๊กสะท้อนแสง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความสำคัญของ “Safety” ในชีวิตประจำวัน
คำว่า “Safety” หรือ “ความปลอดภัย” เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน หรือบนท้องถนน
11 พ.ค. 2026
ความปลอดภัยคือ “การลงทุน” ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่าย” เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือชีวิตที่ปลอดภัย สุขภาพที่ดี และความมั่นคงในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม
6 พ.ค. 2026
ความปลอดภัยในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความใส่ใจ เพราะอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ความสูญเสียทั้งต่อพนักงาน ทรัพย์สิน และกระบวนการดำเนินงาน การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถค้นหาอันตราย วางมาตรการป้องกัน และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้เกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงในสถานที่ทำงาน ขั้นตอนสำคัญในการวิเคราะห์ความเสี่ยง รวมถึงแนวทางสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อช่วยให้องค์กรดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
12 พ.ค. 2026


